กระท้อน

17

กระท้อนเป็นไม้ผลเมืองร้อนอีกชนิดหนึ่งที่มีปลูกกันในประเทศไทยมาเป็นเวลาช้านาน ส่วนมากจะปลูกกันตามสวนหลังบ้านและ มักจะเป็น พันธุ์พื้นเมือง รสเปรี้ยว จึงไม่มีการเอาใจใส่ดูแลรักษาต่อมาระยะหลังนี้มีผู้นิยมปลูก กระท้อนพันธุ์ดีกันมากขึ้น ความต้องการของตลาดก็มีมากขึ้นด้วย จึงทำ ให้พื้นที่ปลูกกระท้อนพันธุ์ดีขยายตัวเพิ่มมากขึ้น เพราะนอกจากจะดูแลรักษาง่ายแล้ว ผลผลิตยังจำหน่ายได้ราคาดีอีกด้วย เดิมแหล่งผลิตกระท้อนพันธุ์ดีจะมีเฉพาะที่จังหวัดนนทบุรีและบางเขตของกรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่ปัจจุบันกระจายไปอยู่ตามจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ เช่น ปราจีนบุรี ชลบุรี สุพรรณบุรี สุราษฎร์ธานี เป็นต้น

การปลูก

สภาพดินฟ้าอากาศ

เนื่องจากกระท้อนเป็นไม้ผลเมืองร้อน จึงสามารถปลูกได้ดีแทบทุกแห่งในประเทศไทย แต่เพื่อให้ผลผลิตที่ได้มีคุณภาพดีควรจะเลือกพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์มีแหล่งนํ้าให้อย่างเพียงพอ ดินที่เหมาะควรเป็นดินร่วนหรือ ดินร่วนปนดินเหนียวมีอินทรียวัตถุมาก อาจกล่าวได้ว่า กระท้อนที่ปลูกในดินร่วนหรือดินเหนียวจะทำ ให้คุณภาพของเนื้อและรสชาติดีกว่าที่ปลูกในดินร่วนทราย

การปลูกกระท้อนในประเทศไทยแบ่งตามสภาพพื้นที่ได้ 2 ประเภท คือ

ประเภทสวนยกร่อง

พื้นที่ส่วนใหญ่จะอยู่ทางที่ลุ่มภาคกลาง พื้นที่เดิมเป็นท้องนา มีน้ำท่วมถึง จึงต้องยกร่องขึ้นเพื่อสะดวกในการระบายนํ้า ขนาดของสันร่อง โดยทั่วไปจะกว้างไม่น้อยกว่า 6 เมตร จะมีร่องนํ้ากว้าง 1.5 เมตร ลึก 1 เมตร ระยะปลูกสำ หรับพื้นที่ยกร่องจะใช้ระยะระหว่างต้นประมาณ 6 เมตร ในพื้นที่1 ไร่ จะปลูกได้ประมาณ 35 ต้น

 ประเภทสวนที่ดอน

เป็นพื้นที่ที่นอกเหนือไปจากประเภทแรก และมักไม่มีปัญหาเรื่องนํ้าท่วมจึงไม่ต้องยกร่อง เมื่อไถปรับพื้นที่แล้วก็สามารถขุดหลุมปลูกได้เลย ตามปกติกระท้อนเป็นไม้ผลที่ทรงพุ่มขนาดใหญ่ แต่เพื่อความสะดวกในการดูแลรักษาและห่อผลซึ่งจะต้องทำทุกปี จึงนิยมตัดแต่งกิ่งนำ ที่จะทำให้ทรงพุ่มสูงขึ้นไปออกเสีย ทรงพุ่มจะขยายออกด้านข้างแทนด้านบน จึงสะดวกในการปฏิบัติงานสำหรับพื้นที่ดอนสามารถใช้ระยะปลูกตั้งแต่ 6 x 8 เมตร ถึง 5 x 8 เมตร ในพื้นที่ 1 ไร่ จะปลูกได้ประมาณ 25 – 30 ต้น

พันธุ์ทับทิม

เป็นพันธุ์ที่ให้ผลดกและแก่เร็ว ประมาณเดือน พฤษภาคมก็สามารถเรียกเก็บเกี่ยวได้ ขนาดผลค่อนข้างเล็กนํ้าหนักประมาณ 200 กรัมต่อผล ทรงผลกลมแป้น มีขั้วยาวผิวเปลืองเรียบบางมีสีเหลืองนวล เนื้อบางนิ่ม ปุยหนามีปุยแทรกเนื้อ เมล็ดมีขนาดโตปานกลาง เนื้อมีรสหวานอมเปรี้ยว แต่ที่ปุยหุ้มเมล็ดมีรสหวานจัด ข้อเสีย ถ้าแก่จัดแล้วไม่เก็บผลจะแตกง่ายและถ้ามีฝนชุกจะทำ ให้ไส้แดงเป็นนํ้าหมาก ฤดูกาลเก็บเกี่ยวพฤษภาคม-มิถุนายน

พันธุ์ปุยฝ้าย

เป็นพันธุ์หนัก ผลมีอายุการเก็บเกี่ยวช้าจะเก็บผลได้ประมาณเดือนกรกฎาคม ผลมีขนาดกลางถึงค่อนข้างใหญ่ นํ้าหนักผลประมาณ 400-800 กรัมต่อผล ทรงผลกลม สูงเล็กน้อย ด้านก้นผลเรียบ ขั้วสั้นที่ผิวมีขนอ่อนนุ่มมือ ผิวเปลือกมีสีเหลืองอมนํ้าตาลเปลือกบาง ด้านขั้วจะนูนขึ้น บางผลจะมีรอยขรุขระเล็กน้อย เนื้อหานุ่มไม่กระด้าง มีปุยแทรกเนื้อจนถึงเปลือก รสชาติหวานอมเปรี้ยว (รสกลมกล่อม) ไม่ฝาด ปุยหุ้มเมล็ดหนาฟู รสหวานจัด เมล็ดมีขนาดโตแบน แก่จัดไส้ไม่เป็นนํ้าหมาก ฤดูกาลเก็บเกี่ยว มิถุนายน-กรกฎาคม

พันธุ์นิ่มนวล

เป็นพันธุ์ที่ให้ผลดก มีอายุเก็บเกี่ยวปานกลางจะเก็บผลได้ประมาณเดือนมิถุนายน ผลมีขนาดปานกลาง นํ้าหนักผลประมาณ 300-600 กรัมต่อผล ทรงผลกลมแป้น มีขั้วสั้น ผิวเปลือกเรียบมีสีเหลืองอมนํ้าตาล เปลือกบาง เนื้อหนานิ่ม ไม่กระด้าง มีปุยแทรกเนื้อ รสชาติหวานอมเปรี้ยว ปุยหุ้มเมล็ดหนาฟู รสหวานจัด เมล็ดมีขนาดปานกลาง ฤดูกาลเก็บเกี่ยว มิถุนายน-กรกฎาคม

พันธุ์เทพรส

เป็นพันธุ์ที่ให้ผลดก มีอายุเก็บเกี่ยวปานกลาง จะแก่ช้ากว่าพันธุ์ทับทิมเล็กน้อย จะเก็บผลประมาณเดือนมิถุนายน ผลมีขนาดกลาง นํ้าหนักประมาณ 250-500 กรัมต่อผล ทรงผลกลมสูงเล็กน้อย มีขั้วสั้นผิวเปลือกเรียบ มีขนอ่อนที่ผิวนุ่มมือ ด้านข้างผลจะมองเห็นสันนูนขึ้นมาตรงพูของเมล็ดชัดเจนกว่าพันธุ์อื่น ๆ เปลือกมีสีนํ้าตาลเข้ม เนื้อหนานิ่มไม่กระด้าง มีปุยแทรกเนื้อ มีรสหวานอมเปรี้ยวแต่ที่ปุยหุ้มเมล็ดมีรสหวานจัด เมล็ดมีขนาดโต ฤดูกาลเก็บเกี่ยว มิถุนายน-กรกฎาคม

พันธุ์ทับทิมทอง

เป็นพันธุ์เบาสามารถเก็บเกี่ยวได้ประมาณเดือนพฤษภาคม (พร้อม ๆ กับพันธุ์ทับทิม) ผลมีขนาดกลางถึงค่อนข้างใหญ่ นํ้าหนักผลประมาณ 400-800 กรัมต่อผลผลทรงกลมถึงทรงกลมสูงเล็กน้อย ด้านก้นผลเรียบ ผิวมีรอยขรุขระเล็กน้อย แต่ด้านขั้วผลขรุขระ มากขั้วสั้นเปลือกบางผิวเปลือกมีสีเหลืองทอง เนื้อหาแน่น มีปุยแทรกเนื้อ   รสหวานอมเปรี้ยวมีรสฝาดเล็กน้อย ปุยหุ้มเมล็ดฟู   รสหวานจัด เมล็ดมีขนาดโต

This entry was posted in Uncategorized and tagged , . Bookmark the permalink.

Comments are closed.