การปลูกเงาะ

สภาพดินฟ้าอากาศที่เหมาะสมในการปลูกเงาะ
  เงาะเป็นไม้ผลที่ขึ้นได้ ในดินเกือบทุกชนิด แต่จะเจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้ดีในดินร่วนปนทรายที่มีระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุสูงมีความเป็นกรดด่าง (pH) ของดินอยู่ระหว่าง ๕.๕ – ๗ ความลึกของหน้าดินไม่ควรน้อยกว่า ๑ เมตร เงาะจะ ให้ผลผลิตคุณภาพดีได้ในสภาพที่มีความชื้นในอากาศสูง มีผนตกกระจายเกือบตลอดปี ปริมาณน้ำฝนในแต่ละปีไม่ต่ำกว่า ๑,๕๐๐ มิลลิเมตร ดังนั้น แหล่งที่เหมาะสมต่อการปลูกเงาะจึงเป็นจังหวัดใน ภาคตะวันออกและภาคใต้

พันธุ์
พันธุ์เงาะที่ปลูกในประเทศมีหลายพันธุ์ แต่พันธุ์ที่ปลูกเป็นการค้าในปัจจุบันได้แก่ พันธุ์โรงเรียน และพันธุ์สีชมพู ซึ่งเงาะทั้งสองพันธุ์นี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย สรุปได้ดังนี้
พันธุ์โรงเรียน
เป็นเงาะที่มีคุณภาพดี เป็นที่ต้องการของตลาด ราคาสูงกว่าเงาะพันธุ์สีชมพู มีผิวสีแดงเข้ม โคนขนมีสีแดง ปลายขนสีเขียว เนื้อหนาแห้ง และล่อนออกจากเมล็ดได้ง่าย เป็นพันธุ์ที่ตอบสนองต่อปุ๋ยได้ดีแต่มีข้อเสียคือ อ่อนแอต่อการเปลี่ยนแปลงของดินฟ้าอากาศ ในกรณีที่ขาด น้ำในช่วงของผลอ่อน ผลจะแตกหรือร่วงหลนเสียหายได้ มากกว่าเงาะพันธุ์สีชมพู

พันธุ์สีชมพู
เป็นพันธุ์ที่ปลูกง่าย มีการเจริญเติบโตดี ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพฟ้า อากาศ ให้ผลดก มีผิวและขนเป็นสีชมพูสด เนื้อหนา ฉ่ำน้ำ ให้ผลดก แต่มีข้อเสียคือ บอบช้ำง่าย ไม่ทนทานต่อการขนส่งรวมทั้งไม่เป็นต้องการของตลาดบาง แห่งจึงทำให้เงาะพันธุ์สีชมพูมีราคาค่อนข้างต่ำการตัดสินใจ เลือกปลูกเงาะพันธุ์ใดนั้นขึ้นอยู่กับความพร้อมของเกษตกร และสภาพพื้นที่โดยเฉพาะในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับแหล่งน้ำ และตลาดเป็นสำคัญ

การขยายพันธุ์
การขยายพันธุ์เงาะทำได้หลายวิธี การเพาะเมล็ด การตอนการทราบกิ่ง และการติดตา แต่ปัจจุบันนิยมขยายพันธุ์โดยการติดตา ซึ่งถ้ามีการปฏิบัติดูแลรักษาหลังจากปลูกเป็นอย่างดี เงาะจะเริ่มให้ผลเมื่อมีอายุประมาณ ๓-๔ ปี

การปลูก

การเตรียมพื้นที่ปลูก
- ควรเตรียมพื้นที่ปลูกในฤดูแล้งเพราะสามารถทำงานได้สะดวก และสามารถปลูกได้ทันทีตั้งแต่ต้นฤดูฝน ไถกำจัดวัชพืช ตลอดจนตอไม้และไม้ยืนต้นอื่น ๆ ออกให้หมดไถพรวน ปรับสภาพพื้นที่ให้เรียบ

ระยะปลูก
เนื่องจากเงาะเป็นไม้ผลที่มีทรงพุ่มกว้างและออกดอกที่ปลายทรงพุ่ม จึงจำเป็นต้องปลูกเงาะเจริญเติบโตแบะให้ผลผลิตได้อย่างเต็มที่ และเพื่อความสะดวกในการปฎิบัติฝานในสวน ระยะปลูกที่เหมาะสมอยู่ในช่วง ๘-๑๐ x ๘-๑๐ เมตร ในพื้นที่ ๑ ไร่ จะปลูกเงาะได้ประมาณ ๑๖-๒๐ ต้น และเพื่อเป็นการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้เกิดรายได้ในช่วงเงาะยังไม่ให้ผลผลิตก็ควรจะปลูกพืช แซมประเภทพืชผักหรือไม้ผลประเภทกล้วย มะละกอ แซมในระหว่างแถวเงาะ

วิธีปลูก
คุ้ยดินที่เตรียมไว้ให้เป็นหลุมเล็ก ๆ วางกิ่งพันธุ์ที่นำออกมาจากภาชนะลงตรงกลางหลุม แล้วกลบดิน ให้สูงกว่าระดับดินเดิมไม่เกิน ๑ นิ้ว ระวังอย่าให้สูงถึงรอยแผลที่ติดตา จากนั้นใช้ไม้เป็นหลักผูกยึด กิ่งพันธุ์ดีไว้กับหลักเพื่อป้องกันต้นล้ม และจะต้องรดน้ำตามทันทีเพื่อช่วยให้เม็ดดินกระชับรากและใช้ทาง มะพร้าวช่วยพรางแสงแดดให้กับต้นเงาะทางทิศตะวันออก/ตะวันตก จนกว่าเงาะจะตั้งตัวได้

การปฏิบัติดูแลรักษา
การให้น้ำ
เงาะที่เริ่มปลูกจะต้องให้น้ำอย่างสม่ำเสมอจนกว่าเงาะจะตั้งตัวได้ปริมาณ และความถี่ของการให้น้ำขึ้นกับชนิดของดิน และปริมาณน้ำฝนเป็นหลัก ปกติแล้วควรให้ ๗-๑๐ วัน / ครั้ง เมื่อเข้าสู่ฤดูแล้งควรหาหญ้าแห้งหรือฟางแห้งคลุมบริเวณโคนต้นเพื่อ รักษาความชื้นในดิน
ส่วนเงาะที่ให้ผลแล้วนั้น ในระยะใกล้จะออกดอกจะมีการบังคับน้ำโดยให้น้ำปริมาณที่น้อยมาก เพื่อป้องกันการแตกใบอ่อนและเมื่อเงาะแทงช่อดอกออกมาให้สังเกตว่า มีใบอ่อนแซมซ่อมดอกออกามากหรือน้อย ถ้ามีใบอ่อนแซมซ่อมดอกมากก็งดการให้น้ำสักระยะจนใบอ่อนที่แซม มานั้นร่วงจนหมดจึงค่อยเริ่มให้น้ำ เพื่อให้ตาดอกเจริญต่อไป โดยจะให้ประมาณ ๑ ใน ๓ ของการ ให้น้ำตามปกติ และเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อดอกเริ่มปานและติดผล ในช่วงการเจริญเติบโตของผลจะ ต้องให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ เพราะถ้าเงาะได้รับน้ำน้อยเกินไป ผลจะเล็กผลลีบและมีเปลือกหนา และในช่วงที่ใกล้จะเก็บเกี่ยวถ้าฝนทิ้งช่วงต้องมีการดูลให้ต้น เงาะได้น้ำอย่างสม่เสมอ เพราะถ้าเงาะขนาดน้ำแล้วเกิดมีฝนตกลงมา ผลเงาะจะได้รับ น้ำอย่างกระทันหัน จะทำให้ผลแตกเสียหายได้

This entry was posted in Uncategorized and tagged , , . Bookmark the permalink.

Comments are closed.